Machine Learning คืออะไร? ทำไมต้องรู้จัก

what is machine learning

ในโลกที่เทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็ว Machine Learning (ML) หรือการเรียนรู้ของเครื่อง ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การแนะนำหนังใน Netflix ไปจนถึงระบบรถยนต์ไร้คนขับ

ML ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราอย่างที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกต บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า Machine Learning คืออะไร ทำงานอย่างไร และเหตุผลที่คุณควรเริ่มต้นเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ พร้อมแนะนำเครื่องมือและแนวทางสำหรับผู้ต้องการเริ่มต้น

Machine Learning คืออะไร?

Machine Learning (ML) เป็นแขนงหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ที่มุ่งเน้นให้คอมพิวเตอร์สามารถ “เรียนรู้” และพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานผ่านข้อมูลและประสบการณ์ โดยไม่ต้องพึ่งพาการเขียนโปรแกรมที่ตายตัว เช่น การแนะนำคอนเทนต์ใน Netflix และ Spotify การตรวจจับการฉ้อโกงในธุรกรรมการเงิน การวินิจฉัยโรคในภาพทางการแพทย์

ML ไม่ใช่แค่การประมวลผลข้อมูล แต่ยังสามารถวิเคราะห์แนวโน้มและรูปแบบจากข้อมูลมหาศาลที่มนุษย์อาจมองไม่เห็นได้ โดยกระบวนการเรียนรู้เหล่านี้ช่วยสร้างโซลูชันที่มีประสิทธิภาพในหลายด้าน เช่น การเพิ่มความแม่นยำของการตัดสินใจในธุรกิจ หรือการพัฒนานวัตกรรมใหม่ในวงการวิทยาศาสตร์

ในยุคที่ข้อมูลเป็นทรัพยากรสำคัญ ML ช่วยให้เราประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลได้รวดเร็วและแม่นยำ พร้อมคาดการณ์หรือแก้ไขปัญหาได้อย่างชาญฉลาด เช่น การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านการลงทุน หรือการตรวจสอบปัญหาสุขภาพในขั้นเริ่มต้น

Machine Learning ทำงานอย่างไร?

Machine Learning Process

การทำงานของ Machine Learning มี 3 ขั้นตอนสำคัญที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

การเก็บข้อมูล (Data Collection)
ข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญของ ML ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่, ข้อมูลเซ็นเซอร์, หรือข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้งาน เช่น การคลิกและการเลือกชมในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ข้อมูลเหล่านี้ถูกจัดเก็บเพื่อวิเคราะห์และประมวลผล ตัวอย่างเช่น การเก็บข้อมูลการรับชมใน Netflix ช่วยให้ระบบเข้าใจรสนิยมของผู้ใช้งานและแนะนำซีรีส์หรือภาพยนตร์ที่เหมาะสม

การฝึกโมเดล (Training)
ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจะถูกใช้ในการฝึกอัลกอริทึม ML โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น Linear Regression หรือ Neural Networks โมเดลจะปรับค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด ตัวอย่างเช่น การเรียนรู้ว่าภาพไหนคือแมวโดยดูตัวอย่างภาพแมวนับพัน

การทำนายผล (Prediction)
เมื่อโมเดลได้รับการฝึกจนพร้อมใช้งานแล้ว โมเดลสามารถใช้ในการคาดการณ์หรือแก้ปัญหา เช่น การคาดการณ์ยอดขายสินค้าในอนาคต หรือการคาดการณ์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของตลาดการเงิน

ความสำเร็จของ ML ขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลและกระบวนการฝึกโมเดล การใช้ข้อมูลที่ครบถ้วนและแม่นยำช่วยให้ผลลัพธ์มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ในขณะที่ข้อมูลที่มีข้อผิดพลาดอาจส่งผลให้การคาดการณ์ผิดพลาด
my little learn

ประเภทของ Machine Learning

4 types of machine learning
ประเภทของ Machine Learning

Machine Learning สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทมีจุดเด่นและการใช้งานเฉพาะด้าน

1. Supervised Learning

ใช้ข้อมูลที่มีคำตอบ (labeled data) ในการฝึกโมเดล เช่น การจำแนกอีเมลสแปมจากอีเมลปกติ ตัวอย่างโมเดลที่ใช้ ได้แก่ Neural Networks, Linear Regression, และ Random Forest

ตัวอย่าง การคาดการณ์ราคาบ้านในอนาคตโดยอิงจากข้อมูลประวัติราคาบ้านและลักษณะทางกายภาพ เช่น พื้นที่และจำนวนห้อง

2. Unsupervised Learning

ใช้ข้อมูลที่ไม่มีคำตอบ (unlabeled data) เพื่อค้นหารูปแบบหรือกลุ่มที่ซ่อนอยู่ เช่น การจัดกลุ่มลูกค้าตามพฤติกรรมการซื้อ โมเดลนี้ช่วยให้องค์กรเข้าใจลูกค้าได้ลึกซึ้งขึ้น

ตัวอย่าง การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าในธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพื่อสร้างโปรโมชั่นที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม

3. Semi-supervised Learning

ใช้ข้อมูลผสมระหว่างแบบติดป้ายและไม่ติดป้าย เพื่อลดต้นทุนในการเตรียมข้อมูล

ตัวอย่าง การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพที่มีการติดป้ายเพียงบางส่วน เช่น การจำแนกภาพเอกซเรย์ที่มีเพียงบางภาพที่ถูกติดป้ายกำกับ

4. Reinforcement Learning

การเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก โดยใช้รางวัล (Reward) และบทลงโทษ (Penalty)

ตัวอย่าง การพัฒนาหุ่นยนต์ให้เรียนรู้การเดิน หรือระบบควบคุมรถยนต์ไร้คนขับ

ตัวอย่างการใช้งาน Machine Learning ในอุตสาหกรรมต่างๆ

Machine Learning ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างนวัตกรรมใหม่ ตัวอย่างที่โดดเด่นได้แก่

  1. การแพทย์ ML ช่วยในการวินิจฉัยโรค เช่น การตรวจจับเซลล์มะเร็งจากภาพเอกซเรย์ และการคาดการณ์ผลลัพธ์ของการรักษา เช่น การปรับสูตรยาเฉพาะบุคคลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
  2. การเงิน การตรวจจับการฉ้อโกงในธุรกรรมการเงิน เช่น การโอนเงินผิดปกติ และการวิเคราะห์ความเสี่ยงในการลงทุน โดยใช้ข้อมูลทางการเงินและพฤติกรรมการลงทุนที่ผ่านมา
  3. การค้าปลีก ML ช่วยสร้างระบบแนะนำสินค้า เช่น Amazon ใช้ ML ในการแนะนำสินค้าที่เหมาะสมกับผู้ใช้งาน และการตั้งราคาสินค้าแบบไดนามิกตามพฤติกรรมตลาด
  4. การขนส่ง การคำนวณเส้นทางขนส่งที่ดีที่สุด และการพัฒนายานพาหนะไร้คนขับ เช่น รถยนต์อัจฉริยะของ Tesla ที่ใช้ ML ในการตัดสินใจแบบเรียลไทม์

เครื่องมือสำคัญใน Machine Learning

นี่คือตัวอย่างของเครื่องมือที่ถือเป็นตัวท๊อปของวงการ ML ใครที่ชอบทำงานด้านนี้ลองศึกษาตาม keyword ต่อไปนี้ได้เลย

TensorFlow
โปรแกรมอำนวยความสะดวกในการเขียนและพัฒนาโมเดล ML พัฒนาโดย Google ใช้สำหรับการสร้าง Neural Networks และ Deep Learning
จุดเด่น: รองรับการทำงานบน GPU และ TPU ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล
PyTorch
ถือเป็นไลบรารีด้านการเรียนรู้ ML ตัวดังที่พัฒนาโดย Meta (Facebook) ใช้งานง่ายและเหมาะสำหรับงานวิจัย
จุดเด่น: การปรับแต่งโมเดลแบบเรียลไทม์ และการใช้งานที่ยืดหยุ่น
Scikit-learn
ใช้สำหรับงาน Machine Learning พื้นฐาน หาความสัมพันธ์ระหว่าง input-output เช่น การจำแนกประเภท (Classification) และการจัดกลุ่ม (Clustering)
จุดเด่น: เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและมีไลบรารีที่ใช้งานง่าย

เริ่มต้นเรียนรู้ Machine Learning ได้อย่างไร?

  1. ศึกษาพื้นฐาน:
    เรียนรู้คณิตศาสตร์ เช่น Linear Algebra และ Statistics รวมถึงภาษาโปรแกรม เช่น Python ซึ่งเป็นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการพัฒนา ML
  2. ฝึกเขียนโค้ด:
    ลองพัฒนาโปรเจกต์ง่ายๆ เช่น การคาดการณ์ยอดขายด้วย Scikit-learn หรือการสร้างระบบแนะนำสินค้า
  3. เข้าร่วมชุมชน:
    เข้าร่วม Kaggle, GitHub หรือชุมชนในประเทศไทยเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์
  4. เลือกเครื่องมือที่เหมาะสม:
    ทดลองใช้ TensorFlow, PyTorch หรือ Scikit-learn เพื่อสร้างและทดลองโมเดลตามความเหมาะสม

ทำไมต้องรู้จัก Machine Learning?

1. โอกาสในตลาดงาน

ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้าน ML กำลังเพิ่มสูงขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การเงิน การแพทย์ การผลิต และเทคโนโลยี ซึ่งหลายองค์กรต้องการบุคลากรที่สามารถพัฒนาระบบอัตโนมัติและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงได้ นอกจากนี้ อาชีพในสาย ML ยังมีค่าตอบแทนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากความซับซ้อนของงานและความต้องการที่เพิ่มขึ้นในระดับโลก

2. การสร้างนวัตกรรม

ML ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยสามารถปรับปรุงการออกแบบ ผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิตให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยสร้างแนวทางใหม่ในการแก้ปัญหาที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เช่น การใช้ AI ในการค้นพบยารักษาโรคที่รวดเร็วขึ้น หรือการปรับปรุงโครงสร้างพลังงานในอุตสาหกรรม

3. การแก้ปัญหาเชิงสังคม

ML ถูกใช้ในโครงการแก้ปัญหา เช่น การคาดการณ์ภัยธรรมชาติ ช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินโดยการแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างแม่นยำ อีกทั้งยังช่วยจัดการขยะและลดมลพิษด้วยการวิเคราะห์รูปแบบการจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ ML ยังถูกนำมาใช้ในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่ยั่งยืนและการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ในชุมชนที่ขาดโอกาส

สรุป

Machine Learning ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นทักษะสำคัญสำหรับโลกอนาคต ด้วยการใช้งานที่ครอบคลุมในทุกอุตสาหกรรม การเริ่มต้นเรียนรู้ ML ตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้คุณสร้างโอกาสในอาชีพและธุรกิจได้อย่างมหาศาล
พร้อมจะเริ่มต้นหรือยัง? เลือกเส้นทางของคุณและเปิดโอกาสสู่โลกแห่ง Machine Learning วันนี้!

สนใจเริ่มต้นง่ายๆ กับ คอร์ส AI ภูเก็ต กดอ่านรายละเอียด